Tuesday, June 12, 2007

ไปสัมมนาฟรี Web 2.0 มาค่ะ

ว่าจะไม่อัพเดตเรื่อง ที่ไปสัมมนา แล้วเชียวเพราะ ในบอร์ด thaiseoboard.com มีสรุปให้อ่านแล้วเรียบร้อย (มี่ไปหาอีกรอบก็ไม่เจอแล้ว แบบว่ากระทู้แรงมากหาไม่เจอ แล้วพี่ทรายก็มาสำทับว่าจะรออ่าน ก็เลยเอาที่พิมพ์ไว้มาอัพเดตหน่อยละกันค่ะ เอาใจพี่ทรายสุด ๆ เลยอ่ะค่ะ

คุณอภิสิทธิ์ เจ้าของบล็อก http://blog.macroat.net/ เว็บไซด์ http://www.thaiebaybible.com/
และกำลังปั้นเว็บไซด์ gxhoiceonline.com ประมูลสินค้า บอกว่า เว็บ Model 1.0 ซึ่งเป็นเว็บไซด์สมัยแรก ๆ ไม่ว่า เว็บจะมีลักษณะเป็นเหมือน Magazine หนังสือพิมพ์ เป็นเว็บลักษณะสารานุกรม มีการขายสินค้า เป็นเว็บที่เราสามารถ ที่เราสามารถเปิดอ่านได้ ซึ่งมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งคุณ อภิสิทธิ์ ก็ได้ยกตัวอย่างเว็บไซด์ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเว็บไซด์ที่มีลักษณะ E-Supermarket ซึ่งมีก็จดไม่ทันว่าชื่อเว็บไซด์อะไร แต่ว่า ได้ลงทุนไปเยอะมากสำหรับการสร้างเว็บอันนี้ ด้วยการลงทุน 1000 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นเว็บไซด์ที่ขายของนา ๆ ชนิด แต่ก็ขาดทุน เนื่องจาก บางครั้ง มีการสั่งซื้อ แล้วเจ้าของไม่อยู่บ้าน ทำให้การส่งสินค้าล่าช้า ผิดพลาด ซึ่งบางครั้งสินค้าเป็นสินค้าที่เน่าเสียง่าย เช่นเนื้อ หรือนม จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เว็บไซด์นี้ไม่ประสบความสำเร็จ

มีอีกหนึ่งตัวอย่าง หรือ บริษัทขายคอมพิวเตอร์ คอมมาร์ท ได้ทำการขายคอมพิวเตอร์ผ่าน Supply แล้ว จึงส่งไปถึงผู้ซื้อ ต่อมา บริษัท Dell ได้เข้ามาขายคอมพิวเตอร์เช่นกัน แต่ว่าส่งตรงถึงลูกค้า เลย โดยลดขั้นตอนการขนส่ง โดยตัด Suppler ออก ทำให้ Dell ประสบความสำเร็จ จนต่อมาคอมมาร์ทต้องรวมตัวกับ hp

ซึ่งตามที่ทราบสินค้าประเภทคอมพิวเตอร์มีการตกรุ่นที่เร็วมาก ซึ่งระยะเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญ Dell จึงสามารถขึ้นมาคลองตลาดคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

หรือกรณีศึกษา ของพันทิป ปกติแล้ว เวลาที่ผู้ขายจะขายสินค้าก็จะส่งโฆษณาไปนิตยสาร Classifieds ต่าง ๆ จากนั้นผู้ซื้อที่สนใจก็จะมาดูที่ นิตยสาร แล้วจึงโทรไปเพื่อติดต่อซื้อสินค่า
แต่เมื่อ พันทิป ได้ จัดสร้าง Classifieds ขี้นมา ทำให้การซื้อขายสะดวกยิ่งขึ้น เพราะการติดต่อสื่อสารรวดเร็ว ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย หากมีการซื้อสินค้าแล้วเราก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้ ซึ่งจะแตกต่างการการโฆษณาบน นิตยสาร หากมีการซื้อสินค้าไปแล้ว ก็ยังอาจมีการติดต่อมาหาผู้ขายได้ และหากทำการหาสินค้าบน นิตยสารเราต้องค้นหาโดยการมองไปที่ตัวหนังสือซึ่งบางครั้งตัวเล็กมาก การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่หากเป็นเว็บไซด์อย่างพันทิปแล้วหล่ะก็ เราก็สามารถใช้เครื่องมือค้นหาสินค้าด้วย Search ได้




ซึ่งการทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ มีแนวคิดว่า ทำอย่างไรให้ประชาชนสะดวกสบายมากที่สุด ยกตัวเอย่างเช่น หาเราซื้อไก่ เราจะซื้อที่ไหน

ไก่ซื้อที่ Lotus 50 บาท
ไก่ซื้อที่ CPF 30 บาท
เราจะซื้อที่ไหน ดี มี่คิดในใจว่า ก็ต้อง CPF ซีถูกกว่า แต่เฉลยไม่ใช่ค่ะ เพราะมันยังมี ค่าการเดินทางิ่มขึ้นมา หาก ไปที่ Lotus จะเสียค่าเดินทาง 20 บาท แต่หากไปที่ CPF ค่าเดินทาง 200 บาท เนื่องจาก Lotus มีสาขามากมาย การเดินทางสะดวกสบาย สินค้าก็มีเยอะ ไปที่เดียวซื้อได้ครบทุกอย่าง หาก CP ต้องการทำให้ได้อย่าง Lotus ต้องมีการเช็คสินค้าแบบ Lotus ซึ่งก็เหมือนต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อขาย ไก่เพียงอย่างเดียว

ดังนั้นการที่จะเพิ่มมูค่า อาจจะด้วยการสร้างเครือข่ายในรูปแบบ ที่อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้ามากขึ้น
1. ด้วย เจ้าของสินค้า อาจตัดพ่อค้าคนกลาง และเป็นผู้จัดจำหน่ายเอง เช่นกรณีของ Dell และ คอมมาร์ท
2. เป็นตัวกลางซะเอง
3. ลดขั้นตอนการขนส่ง
4. เป็นตัวกลางของตลาด ซะเอง

อันนี้ชักไม่แน่ใจว่าจดถูกรึป่าว ยกกรณีการเข้าสู่ Affiliate Marketing Online ซึ่งเป็นตัวกลางระหว่างผู้ที่ต้องการขายสินค้าและและ ผู้ต้องการหารายได้จากการโฆษณา

ต่อมามีคุณปรเมศ ผู้ก่อตั้งเว็บ Sanook ที่ขายให้กับ M-web ได้บอกความแตกต่างของ web 1.0 ว่าเปรียบเสมือนรถในสมัยแรก ๆ ที่ใหญ่ ๆ ดูน่าเชื่อถือ ดูภูมิฐาน ส่วน web 2.0 จะดูเล็กกระทัดรัด คล่องแคล่วและว่องไวกว่า

ยกตัวอย่าง เว็บไซด์ Flicker ซึ่งมีรูป 100 ล้านรูป มี Server อยู่ 200 ตัว อยู่ในระบบ แต่มีพนักงาน 8 คน สามารถขายกิจการได้ถึง 80 ล้านเหรียญ ซึ่งโดนซื้อไปโดย Yahoo ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่าง web 2.0 ที่มีแบรนด์ที่แข็งแกรง ซึ่ง hitwise ได้จัดอันดับเว็บไซด์ที่มีความเติบโตสูงได้แก่
Youtube เป็นเว็บไซด์ ที่แชร์วีดีโอ
Flicker เป็นเว็บไซด์ที่แชร์รูปภาพ
Wikipedia เป็นเว็บไซด์ที่แชร์ความรู้


ต่อมาก็มีคุณตราวุธ ซึ่งมี่ขอยกย่องว่าเป็นอาจารย์มี่เลยทีเดียว เพราะเป็นผู้ที่จุดประกายแนวความคิด หารายได้ออนไลน์ให้มี่ เริ่มต้นพูดก็ให้กำลังใจให้แนวคิด ตามสไตล์คุณตราวุธเหมือนเดิม บอกว่า โอกาศมีอยู่รอบตัวเราอยู่ที่ว่าเราจะไขว่าคว้าได้แค่ไหน ซึ่งก็เริ่มอธิบายเกี่ยวกับ Affiliate Progeram ซึ่งไม่จำเป็นที่เราต้องมีสินค้า ไม่ต้อง Stock สินค้า ลงทุนต่ำ จนถึงไม่ต้องลงทุนเลย

เมื่อเรามีสินค้าเราก็สามารถโฆษณาสินค้าผ่าน PPC Email Signature Forum Signature Comment ต่าง ๆ คุณตราวุธอธิบายอีกมากมายค่ะ แต่ มี่ลืมจด ก็เลยขอจบแค่นี้ละกันในส่วนของคุณตราวุธ แต่สามารถไปอ่านหาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ของคุณตราวุธเองได้เลยค่ะ ที่นี่ http://googlemakemerich.net/ ค่ะ

ต่อมาก็เป็นคุณ ธนพล (โซวบักท้ง) ผู้ก่อตั้ง เว็บไซด์ http://www.thaiseoboard.com/ และมีเว็บไซด์ถึง 3000 แห่ง ได้ให้คำแนะนำที่ น่าสนใจทีเดียวค่ะ ว่า web 2.0 คือเว็บไซด์ที่ใช้ประโยชน์ในการสื่อสารสองทาง การทำเงินให้ได้เป็นกอบเป็นกำ อย่างน้อยเราควรสร้างเว็บไซด์เป็น เพื่อทำ SEO

ในการทำเว็บไซด์ เราต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน ว่าเว็บไซด์ ที่ทำขึ้นมาเพื่ออะไร เพื่อความสวยงาม เพื่อการดาวโหลดโปรแกรม การใส่เนื้อหาให้ข้อมูลความรู้ ซึ่งจะให้ดีต้องหารายได้ให้ได้ แต่เราก็ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนอีกเช่นกัน

มี่ได้แนวคิดที่ดีจากคุณโซว ที่แนะนำการทำ Adsense การทำ Adsense เหมือนการไล่คนออก ทำอย่างไรก็ได้ให้คนคลิก คุณโซวแนะนำว่า ถ้าต้องการให้คลิกคือเราต้องติด Adsense ระแกะระกะ การจัดปันเป็นส่วน ๆ ไม่สามารถทำให้คนคลิกได้ คือการไล่คนออก การทำบทความเพื่อให้คนอ่านคนก็จะอ่านไม่มีใครคลิก
แนะนำการการหาเงินโดย Adsense
คุณโซวใช้โปรแกรมสร้างเว็บอย่างรวดเร็ว โดยใส่คีย์เวิอร์ดที่คนนิยม แต่เว็บไซด์ไม่มีคุณภาพ เราจะได้คลิกมาก แต่ Google ไม่ชอบ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของ Google ที่ต้องการมีเว็บคุณภาพอยุ่ในระบบ ๆ จึงถูกแบนอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลที่มีประโยชน์จากท่านวิทยากรมีเยอะแยะมากมายแต่ MeOmee ดึงมาได้แค่นี้เองค่ะ จะสังเกตได้ว่าตอนแรก ๆ จะจดได้เยอะ ตอนหลัง ๆ มาชักจะขี้เกียจ ใช้นั่งฟังอย่างเดียว เอามาเขียนกลัวไม่เหมือนต้นฉลับอ่ะค่ะ เอาไว้มีอะไรใหม่ ๆ จะเอามาอัพเดตอีกนะคะ สวัสดีค่ะ

อ่อ ถ้าใครอ่านบทความที่ MeOmee เขียนแล้วงงง ไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
http://thaiventureblog.blogspot.com/2007/06/next-eiz-model-20-400.html
Post a Comment